สินเชื่อบุคคลคืออะไร
สินเชื่อบุคคลคืออะไร เมื่อคุณต้องการเงินสดไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใด คุณสามารถขอกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล กับธนาคารได้ ซึ่งวงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่คุณจะได้นั้นธนาคารเป็นผู้กำหนด โดยพิจารณาจากรายได้ต่อเดือน ณ ปัจจุบัน และประวัติการชำระหนี้ที่คุณมีอยู่
สินเชื่อในประเทศไทยจะเป็นสินเชื่อแบบไม่ต้องมีบุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน นั่นหมายถึงคุณไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันใด ๆ ในการกู้เงิน การกู้สินเชื่อจำเป็นต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ก่อนที่จะตัดสินใจกู้ อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่คุณอาจจะต้องจ่าย อัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงยอดที่ต้องชำระต่อเดือน
วัตถุประสงค์ที่คนไทยส่วนใหญ่ขอกู้สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น เพื่อชำระค่ารักษาพยาบาล, เพื่อการลงทุนหรือขยายธุรกิจ, เพื่อการศึกษา, เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์/ต่อเติมที่อยู่อาศัย หรือเพื่อการรวมหนี้ไว้ในที่เดียวเพื่ออัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า
5 ข้อควรระวัง ที่ทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน
การขอสินเชื่อไม่ผ่าน คงเป็นปัญหาที่หลายคนเคยเจอ ไม่ว่าจะขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ สินเชื่อบัตรเครดิต หรือสินเชื่ออื่นๆ ซึ่งในบางครั้งทางธนาคารหรือสถาบันการเงินก็ต้องดูหลายๆ องค์ประกอบในการอนุมัติสินเชื่อ ดังนั้นผู้ที่มีโครงการจะขอสินเชื่อในอนาคตควรศึกษาราละเอียดและเงื่อนไขของการขอสินเชื่อของแต่ละธนาคาร จะได้เตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เรามาดู 5 ข้อควรระวัง ที่ทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่านได้ที่นี่เลย
1.เอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ
การเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอสินเชื่อนั้นอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของสินเชื่อ ซึ่งเอกสารประกอบคำขอสินเชื่อแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
เอกสารประจำตัว เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี) กรณีนิติบุคคล อาจใช้สำเนาทะเบียนการค้า หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
เอกสารเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่
- ผู้มีรายได้ประจำ ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
- ผู้มีอาชีพอิสระ กรณีเป็นสัญญาจ้าง อาจใช้สำเนาสัญญาว่าจ้างและหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้าง กรณีเป็นแพทย์ ทนายความ ผู้สอบบัญชี วิศวกร สถาปนิก ควรแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วยบัญชีเงินฝาก พร้อมใบแจ้งยอดบัญชี หรือสเตทเมนต์ (statement) ของบัญชีเงินฝากของตนเองหรือของกิจการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ใบหุ้น พันธบัตรรัฐบาล บัญชีเงินฝากธนาคาร
- นิติบุคคล ได้แก่ สำเนางบการเงินปีล่าสุด และย้อนหลังไม่น้อยกว่า 3 ปี สำเนาแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี สำเนาเอกสารสิทธิในทรัพย์สินที่เสนอเป็นหลักประกัน และแผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ
เอกสารอื่น ๆ เช่น สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม ในกรณีมีผู้กู้ร่วม จะต้องมีหลักฐานประจำตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วม ในกรณีที่ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ สิ่งที่จำเป็นคือแผนธุรกิจ เช่น แผนธุรกิจของ SMEs แผนโครงการที่ต้องการดำเนินการ
2.การค้ำประกันและหลักประกัน
การค้ำประกันและหลักประกันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ให้สินเชื่ออาจใช้ประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ เพื่อให้มั่นใจว่าหากผู้ขอสินเชื่อชำระหนี้ไม่ได้ สถาบันการเงินยังมีทางที่จะได้เงินคืน เช่น สามารถยึดหลักประกันมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ หรือให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทน โดยหลักทรัพย์ที่นิยมนำมาเป็นหลักประกัน เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงิน หุ้นกู้ และอสังหาริมทรัพย์ ในกรณีสินเชื่อที่มีบุคคลค้ำประกัน สถาบันการเงินก็จะพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันประกอบด้วย
3.เกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาสินเชื่อ
ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อแต่ละราย โดยทั่วไปแล้วมีปัจจัยหลัก ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา คือ
- นโยบายสินเชื่อของผู้ให้สินเชื่อ เช่น ผู้ให้สินเชื่อบางรายอาจกำหนดว่าผู้ยื่นขอสินเชื่อต้องไม่มีประวัติการค้างชำระในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง หรืองดให้สินเชื่อแก่ลูกค้าใหม่ในกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
- วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ เช่น ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ หรือลงทุนขยายโรงงาน ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม : 5C ที่ธนาคารต้องพิจารณาก่อนอนุมัติบัตรเครดิต
4.สิทธิของผู้ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินกรณีไม่ได้รับอนุมัติหรือถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน*
หากผู้ขอสินเชื่อถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ผู้ขอสินเชื่อสามารถขอทราบเหตุผลของการไม่อนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อมีข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ปรับปรุงศักยภาพ และสามารถขอสินเชื่อได้ใหม่ในอนาคต โดยตัวอย่างคำชี้แจง เช่น รายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ มูลหนี้คงค้างสูงเกินไป นอกจากนั้น ในกรณีการขอสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ หากถูกปฏิเสธสินเชื่อ ก็สามารถขอรับคืนเอกสารสำคัญที่เคยยื่นไว้เพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้ เช่น งบการเงิน แผนประกอบธุรกิจ รายละเอียดหลักประกัน โดยสถาบันการเงินจะต้องคืนให้ภายในเวลาอันควร
* ไม่ใช้บังคับกับ Non-bank ที่เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อบัตรเครดิต
5.ภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
ทั้งภาระหนี้สิน การดำรงชีวิต การซื้อสิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน รวมไปถึงการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ ธนาคารจะเก็บนำมาคิดหมด หากคำนวณดูแล้ว พบว่าคุณมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกิน 40% ทุกเดือน รับรองได้เลยว่าธนาคารจะปฏิเสธ ไม่ยอมให้คุณกู้ผ่านแน่ๆ แม้แต่สินเชื่อซิตี้ ที่ถึงแม้จะเป็นสินเชื่อที่กู้ง่าย แต่ถ้าธนาคารสืบดูแล้ว พบว่าคุณมีค่าใช้จ่ายมากเกินไป ก็มีสิทธิไม่ปล่อยกู้ได้เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจกู้เงิน ขอให้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเสียใหม่ อย่าใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไป ลดภาระหนี้สินที่อยู่ในครัวเรือนออกไปเสียบ้างเท่านี้ โอกาสจะขอกู้ก็มีมากขึ้นแล้ว
เหตุผลที่การขอ สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ผ่าน
– ไม่เคยมีประวัติในการขอสินเชื่อเลย เรื่องนี้สำคัญนะครับใครบอกว่าตนเองไม่เคยขอสินเชื่ออะไรเลย ยังไงขอสินเชื่อรอบแรกก็สำเร็จแน่ นั่นไม่จริงเสมอไปครับ เพราะเหล่าสถาบันการเงินทั้งหลายจะไม่เคยมีประวัติ ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย เมื่อพวกเขาไม่มีข้อมูลการขอสินเชื่อให้อนุมัติผ่านนั้นจึงเป็นเรื่องยากไม่ไช่น้อย
– ติดประวัติขึ้นบัญชีดำ หรือที่ชอบเรียกกันว่า แบล็คลิสต์ คือส่วนใหญ่มีการค้างชำระมาหลายงวดซึ่งข้อมูลเหล่านี้สถาบันทางการเงินสามารถตรวจสอบได้ นี่คือประเด็นใหญ่ที่แทบไม่มีสถาบันการเงินไหนอนุมัตคำขอให้กับคุณแน่นอน โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกบันทึกไปอีก 3 ปี เท่ากับว่าภายใน 3 ปีท่านคงไม่มีโอกาสขอสินเชื่อใด ๆ ได้เลย
– ชำระหนี้ล่าช้าบ่อยครั้ง นั่นหมายถึงว่าสถาบันการเงินมองศักยภาพในการชำระหนี้คุณเป็นลูกหนี้ไม่ดี เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขาคงไม่อยากปล่อยสินเชื่อให้กับคนที่ชำระล่าช้าเหมือนกัน คิดภาพง่าย ๆ คือ เหมือนคุณให้เงินคนยืมแล้วเขาคืนคุณช้า คุณก็มองว่าเขาไม่มีความน่าเชื่อถือนั่นเอง
– มีภาระการผ่อนสินเชื่อต่าง ๆ เยอะมาก เนื่องจากตนเองมีภาระที่ต้องชำระสินเชื่อในแต่ละเดือนเยอะอยู่แล้ว แม้คุณไม่เคยล่าช้าหรือไม่เคยผิดนัดชำระเลยสถาบันการเงินก็มองว่าคุณอาจไม่มีศักยภาพมากพอในการผ่อนชำระหนี้สินครับ
การเตรียมตัวมาอย่างดีจะช่วยให้ลดโอกาสที่จะ ขอสินเชื่อไม่ผ่าน ขึ้นได้ ถ้ามีเอกสารพร้อม ศึกษาเงื่อนไขมาครบถ้วน และเคลียร์สถานะทางการเงินของตัวเองได้ดีแล้ว ก็มีโอกาสสูงที่ทางสถาบันการเงินจะอนุมัติสินเชื่อให้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น